แกะรอยเส้นทาง Malbec นอกยุโรปผ่านฉลาก

Catena Zapata Malbec Argentino - Malbec outside of Europe

หากใครติดตามคอลัมน์ของพวกเรามาตั้งแต่บทความ Two Worlds, One Glass ที่เล่าถึงความแตกต่างระหว่างไวน์โลกเก่าและโลกใหม่ หรือบทความแนะนำสายพันธุ์องุ่นน่าจะพอเห็นภาพการเดินทางของวัฒนธรรมไวน์ที่ผ่านกาลเวลาและผ่านพรมแดนต่าง ๆ มาบ้างแล้ว 

ในครั้งนี้ All the Wines We Want ขอพาทุกท่านไปพบกับอีกหนึ่งบทสำคัญของหน้าประวัติศาสตร์เหล่านั้น ผ่านผลงานรุ่นพิเศษอย่าง Catena Zapata Malbec Argentino 2022 ไวน์ที่บอกเล่าวัฏจักรและการเดินทางอันยาวนานขององุ่น Malbec นอกยุโรป

เรื่องราวบนฉลาก

สิ่งที่ดึงดูดสายตาของพวกเราในทันทีคือฉลากของไวน์ขวดนี้ ด้วยงานออกแบบที่ให้ความรู้สึกคล้ายงานภาพพิมพ์โบราณแบบ engraving ที่ดูงดงามและมีมนต์ขลัง ลายเส้นอันละเอียดอ่อนนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดที่ริเริ่มโดย Adrianna Catena ที่ร่วมมือกับพี่สาวอย่าง Laura Catena ทายาทของตระกูล Catena โดยได้ศิลปินอย่าง Rick Shaefer มารังสรรค์ภาพวาด และดูแลงานดีไซน์โดยสตูดิโอ Stranger & Stranger

แนวคิดเบื้องหลังงานดีไซน์ชิ้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปะเชิงอุปมานิทัศน์ที่ได้รับความนิยมในยุคศตวรรษที่ 16-17 โดยเฉพาะภาพ Allegorical Representations of the Continents ที่ใช้รูปสตรีเป็นตัวแทนของทวีปต่าง ๆ 

พวกเขาจึงเลือกแนวคิดนี้เพื่อมาถ่ายทอดมหากาพย์ขององุ่น Malbec ผ่านมุมมองของผู้หญิง เพื่อเสนออีกมุมมองหนึ่งให้กับประวัติศาสตร์ไวน์ที่มักถูกเล่าผ่านสายตาของบุรุษ โดยฉลากได้ร้อยเรียงเรื่องราวผ่าน 4 ตัวละครหญิง ตั้งแต่การกำเนิดองุ่น การเดินทางสู่โลกใหม่ วิกฤตทางการปลูกองุ่น ไปจนถึงการเกิดใหม่ในอาร์เจนตินา

Eleanor of Aquitaine

Catena - Eleanor of Aquitaine

Eleanor of Aquitaineหรือราชินีฝรั่งเศสในยุคกลาง คือสตรีคนแรกบนฉลากที่เปรียบเสมือนตัวแทนของการถือกำเนิด พระองค์ถูกใช้เป็นตัวแทนของช่วงเวลาที่ไวน์จากเมือง Cahors เริ่มผูกโยงกับราชสำนักและชื่อเสียงข้ามฝั่งไปยังอังกฤษ สะท้อนถึงรากเหง้าอันรุ่งเรืองของ Malbec ในฐานะไวน์โลกเก่าที่มีโครงสร้างชัดเจนและเข้มขรึม

โดยงานดีไซน์ได้ถ่ายทอดภาพพระองค์ยืนอยู่เหนือสะพานแห่งเมือง Cahors พร้อมสัญลักษณ์คอร์นูโคเปีย เพื่อสื่อถึงไวน์สีเข้มข้นที่ผู้คนในยุคโบราณพากันขนานนามว่า Black Wine ซึ่งถูกผูกโยงกับชนชั้นนำและราชสำนักในยุคกลางอย่างเด่นชัด

The Immigrant

blank

สตรีนิรนามที่ยืนหยัดอยู่เหนือมหาสมุทรแอตแลนติก สื่อถึงหยาดเหงื่อ ความหวัง และการเดินทางสู่พรมแดนใหม่ เธอคือตัวแทนของกลุ่มนักเดินทางผู้เชื่อมโยงยุโรปเข้ากับอเมริกา และเปิดทางให้ Malbec ได้เดินทางสู่โลกใหม่ อีกทั้งยังเป็นการร่วมรำลึกถึงผู้คนนิรนามมากมายที่ยอมแบกความหวังและความรู้เรื่องเถาองุ่นติดตัวข้ามน้ำข้ามทะเลมาหยั่งรากในดินแดนแห่งใหม่

Madame Phylloxera

blank

ตัวละครที่สวมบทบาทเป็นวายร้ายบนฉลาก เป็นสัญลักษณ์ของความตายและการแตกสลายในโลกเก่า สะท้อนถึงวิกฤตแมลงศัตรูพืชในศตวรรษที่ 19 ที่เข้าทำลายล้างไร่องุ่นจำนวนมากในยุโรปจนบทบาทของ Malbec ลดลงอย่างรุนแรง

ภาพบนฉลากแสดงถึงความพินาศที่กำลังถูกความตายกัดกิน ซึ่งในเชิงชีววิทยามีเกร็ดที่น่าสนใจว่า แมลงศัตรูพืชนี้นี้แพร่พันธุ์จำนวนมากผ่าน parthenogenesisหรือการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ การใช้ภาพแทนของวิกฤตนี้ด้วยร่างสตรี จึงมีนัยเชิงสัญลักษณ์ที่เฉียบคมและน่าสนใจอย่างมาก

Adrianna Catena

blank

สตรีคนสุดท้ายที่เป็นตัวแทนของปัจจุบันและการเกิดใหม่อย่างยิ่งใหญ่ เธอนั่งอยู่โดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาแอนดีส ซึ่งสื่อถึงวิสัยทัศน์ของคนรุ่นใหม่ที่นำพา Malbec กลับคืนสู่พื้นที่ด้วยการเพาะปลูกบนพื้นที่สูงลิบลิ่วจนได้รับการยอมรับในระดับสากล 

บริเวณเท้าของเธอยังมีภาพพีระมิดที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมพื้นเมืองและภูมิปัญญาด้านการจัดการน้ำ ผู้เปลี่ยนความแห้งแล้งให้กลายเป็นโอเอซิสทางการเกษตร พร้อมเถาองุ่นในมือที่สื่อถึงการส่งต่อมรดกสู่เจเนอเรชันถัดไป

เรียกได้ว่า Catena Zapata Malbec Argentino 2022 คือผลงานที่สะท้อนมหากาพย์การต่อสู้อันยาวนานขององุ่นสายพันธุ์หนึ่ง ที่ผ่านทั้งวิกฤตเกือบดับสูญจนก้าวข้ามโลกมาถือกำเนิดอีกครั้งได้อย่างยิ่งใหญ่ในแผ่นดินโลกใหม่ 

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา การวิเคราะห์เชิงสุนทรียศาสตร์และวัฒนธรรมไวน์ รวมถึงการบันทึกข้อมูลเชิงบรรณาธิการเท่านั้น โดยไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการจัดจำหน่าย โฆษณา หรือเชิญชวนให้บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

อ่านอะไรต่อดี