งานศิลปะบนฉลากไวน์ของ Château Mouton Rothschild

Wine Journal - Art on the Wine Label of Chateau Mouton Rothchild

สำหรับคนรักไวน์หลายคน ฉลากไวน์ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับระบุข้อมูลอย่างชื่อผู้ผลิต ปีวินเทจ หรือสายพันธุ์องุ่นเท่านั้น แต่คือประตูด่านแรกที่พาไปสัมผัสเรื่องราวและเสน่ห์ของไวน์ขวดนั้น

โดยเฉพาะสำหรับ Château Mouton Rothschild ที่ฉลากไวน์คือพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะ ซึ่งเปลี่ยนให้ไวน์แต่ละวินเทจมีภาพจำอย่างเด่นชัด และเป็นภาษาที่ใช้สื่อสารถึงคาแรคเตอร์ที่ซ่อนอยู่ภายในขวดนั้น ๆ ด้วย

จุดเริ่มต้นฉลากไวน์ที่มีงานศิลปะของ Mouton Rothschild

ย้อนกลับไปในช่วง 1920s ธรรมเนียมการจัดจำหน่ายไวน์ในบอร์โดซ์นั้นแตกต่างจากที่พวกเราคุ้นเคยกันอย่างมาก เนื่องจากชาโตจำนวนมากมักขายไวน์เป็นถังให้กับพ่อค้าไวน์ที่เรียกว่า négociant เพื่อนำไปดูแล บรรจุขวด ติดฉลาก และจัดจำหน่ายต่อ ทำให้เจ้าของชาโตไม่สามารถควบคุมขั้นตอนสุดท้ายได้อย่างเต็มที่เท่าไรนัก

ด้วยธรรมเนียมนี้เองทำให้ Baron Philippe de Rothschild ผู้ดูแลชาโตในขณะนั้นจึงต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลง การตัดสินใจครั้งนี้ยังสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของเขาที่ต้องการพัฒนาชื่อเสียงและสถานะของ Mouton ซึ่งในขณะนั้นยังถูกจัดอยู่ในระดับ Second Growth

vintage wine cellar

ในปี 1924 เขาจึงตัดสินใจให้ไวน์ทั้งหมดบรรจุขวดภายในชาโต หรือ Estate-bottling พร้อมว่าจ้าง Jean Carlu ศิลปินและนักออกแบบโปสเตอร์มาสร้างสรรค์ฉลากพิเศษ แต่ดูเหมือนว่าแนวคิดที่นำศิลปะมาผสานกับฉลากไวน์นี้น่าจะล้ำหน้าเกินกว่ายุคสมัยจะเปิดรับ ท้ายที่สุดคอนเซ็ปต์นี้จึงไม่ได้รับการสานต่อในวินเทจถัด ๆ มา และหยุดไว้หลายปี

จนกระทั่งในปี 1945 แนวคิดนี้ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งผ่านผลงานฉลากรูปตัว V หรือ V for Victory ของ Philippe Jullian เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของฝ่ายสัมพันธมิตรและการกลับคืนสู่สันติภาพหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ความสำเร็จของฉลากวินเทจ 1945 นี้เองได้วางรากฐานให้การนำผลงานศิลปะมาใช้บนฉลากกลายเป็นภาพจำและพัฒนามาเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ Château Mouton Rothschild จนถึงปัจจุบัน

Château Mouton Rothschild 1986

ท่ามกลางฉลากที่ประดับผลงานของศิลปินที่มีชื่อเสียงกว่า 60 ฉลากของ Mouton นี้ ฉลากปี 1986 นั้นกลับตรึงตาและใจของทีมงานได้มากที่สุด และเมื่อคุณผู้อ่านลองเข้าไปดูแกลเลอรีของเว็บไซต์ทางการของชาโต ก็จะพบว่าฉลากวินเทจนี้มีความน่าสนใจ มีมนต์เสน่ห์บางอย่าง และมีความลึกลับในเวลาเดียวกัน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ดีที่เราหยิบขวดนี้มาเล่าให้ฟังกันก่อน

Château Mouton Rothschild 1986

ศิลปินประจำวินเทจนี้คือ Bernard Séjourné จิตรกรและประติมากรชาวเฮติ ผู้สร้างสรรค์ผลงานร่วมสมัยที่อยู่กึ่งกลางระหว่างภาพบุคคลกับศิลปะนามธรรม โดดเด่นด้วยเส้นโค้งอันอ่อนช้อยและนุ่มนวล ตลอดจนการใช้ภาพผู้หญิงที่มีลำคอเรียวยาว ดวงตาปิดหรือปรือ รวมถึงดอกไม้เป็นองค์ประกอบสำคัญในผลงาน ภาษาภาพเหล่านี้เชื่อมโยงกับแนวทางที่เรียกว่า School of Beauty ในศิลปะเฮติ ซึ่งให้ความสำคัญกับการยกย่องผู้หญิงผ่านการถ่ายทอดความงาม ความสง่างาม และความอ่อนช้อย

สำหรับฉลากปี 1986 ทางเว็บไซต์ออฟฟิศเชียลได้บรรยายไว้ว่าเป็นภาพของหน้ากากทั้งสามที่โผล่ขึ้นมาจากความมืดมิดแต่สำหรับ All the Wines We Want เราคิดว่าภาพนี้มีความลึกซึ้งกว่านั้น

blank

สิ่งแรกที่ปรากฏขึ้นมาคือความเงียบสงบผ่านใบหน้าสีขาวอมครีมที่ดวงตาปิดลงและสีหน้าที่ดูนุ่มนวลค่อย ๆ ลอยเด่นออกมาจากพื้นหลังสีดำสนิท ประกอบกับดอกไม้สีขาวขนาดเล็กช่วยเติมความอ่อนโยนให้แก่ใบหน้า และวงกลมสีขาวบริเวณมุมขวาบนที่ชวนให้นึกถึงดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน องค์ประกอบทั้งหมดนี้ร่วมกันสร้างเป็นภาพที่ให้บรรยากาศคล้ายความฝันมากกว่าจะเป็นฉากหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกจริง

และเมื่อพินิจองค์ประกอบของภาพมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าตัวศิลปินนั้นให้ความสำคัญกับจังหวะของภาพมาก ทั้งการวาดใบหน้าและลำคอที่เรียวยาวกว่าปกติซ้อนทับกันแต่ดูเป็นผืนเดียวกันด้วยเส้นโค้ง การบรรจบกันของช่อดอกไม้เล็ก ๆ ที่ทัดตรงหูของแต่ละใบหน้าช่วยลดความหนักแน่นของมวลรูปทรงลง และวงกลมด้านบนช่วยสร้างสมดุลให้สายตาและเติมพื้นที่ว่างให้มีชีวิต

รวมถึงพื้นที่สีดำฉากหลัง นอกจากจะเปรียบเสมือนความว่างที่เปิดทางให้องค์ประกอบทั้งหมดเด่นขึ้นมา ยังทำหน้าที่เป็นจุดพักสายตาและถ่วงสมดุลกับกลุ่มใบหน้า ภาพนี้จึงไม่ได้ปิดล้อมผู้ชมไว้ด้วยความมืด แต่กลับใช้ความมืดสร้างพื้นที่ให้ความสงบ ความลึกลับ และความงามได้อย่างน่าประทับใจ

จากความนิ่งสงบของภาพนี้ชวนให้นึกถึงโครงสร้างอันเข้มข้นของไวน์ที่มี Cabernet Sauvignon เป็นองค์ประกอบหลัก รวมถึงกลิ่นไม้ซีดาร์ เครื่องเทศ และผลไม้สีดำที่ค่อย ๆ เปิดเผยตัวออกมาเมื่อผ่านเวลา ทำให้ทั้งภาพประกอบฉลากและตัวไวน์ต่างมอบความงามที่ไม่ได้เปิดเผยทั้งหมดในทันที แต่ต้องอาศัยการหยุดมองและการใช้เวลาเพื่อรับรู้รายละเอียดที่ซ่อนอยู่ภายใน

งานศิลปะบนฉลากของ Château Mouton Rothschild นับว่าเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ช่วยสร้างอัตลักษณ์เฉพาะตัวให้กับชาโตอย่างโดดเด่น รวมถึงทำให้ไวน์แต่ละปีมีชีวิตและเรื่องราวเป็นของตัวเอง ความทรงคุณค่านี้เห็นได้ชัดจากการที่ทางชาโตให้ความสำคัญกับการเก็บรักษาผลงานต้นฉบับอย่างพิถีพิถัน และสร้างพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะถาวรขึ้นภายในชาโต เพื่อตอกย้ำจุดยืนว่าไวน์และศิลปะนั้นคือสิ่งที่ดำรงอยู่ร่วมกันอย่างลงตัว

ฉลากปี 1986 ที่พวกเราได้นำมาเล่าในวันนี้เป็นเพียงหนึ่งในผลงานกว่า 60 วินเทจที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้น พื้นที่เล็ก ๆ บนหน้าขวดนี้ยังมีเรื่องราว ประวัติศาสตร์ และวิสัยทัศน์ของศิลปินระดับโลกอีกมากมายที่พวกเราตั้งใจจะนำมาเล่าให้ฟังในอนาคต ติดตามอ่านต่อได้ในเร็ว ๆ นี้

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา การวิเคราะห์เชิงสุนทรียศาสตร์และวัฒนธรรมไวน์ รวมถึงการบันทึกข้อมูลเชิงบรรณาธิการเท่านั้น โดยไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการจัดจำหน่าย โฆษณา หรือเชิญชวนให้บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

อ่านอะไรต่อดี