Monthly Journal: สิงหาคม 2026 – เรื่องราวหญิงแกร่งผู้สร้างตำนานให้โลกไวน์

Monthly Journal - August 2026

หากพูดถึงเดือนสิงหาคม ผมเชื่อว่าภาพแรกของหลาย ๆ คนที่มีต่อเดือนนี้คงหนีไม่พ้นเทศกาลวันแม่ที่เต็มไปด้วยความรักและความห่วงใยอย่าแน่นอนครับ ในเดือนนี้ผมจึงอยากชวนทุกคนมามองโลกของไวน์ผ่านเรื่องราวของผู้หญิงแกร่งที่รับบทเป็นทั้งผู้ให้กำเนิดและผู้ผลักดันกันครับ

ผู้หญิงกับพื้นที่ในโลกของไวน์

เมื่อเราย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ของเครื่องดื่มตระกูลไวน์ เราจะพบว่าภาพจำของโลกไวน์มักถูกผูกติดอยู่กับผู้ชายเป็นหลัก ทั้งในฐานะผู้นำ ผู้กำหนดทิศทางของธุรกิจ และผู้สร้างมาตรฐานด้านรสชาติ ในขณะที่ภาพของผู้หญิงมักถูกจดจำและแสดงออกมาในฐานะผู้สนับสนุน ผู้อยู่เบื้องหลัง ผู้เป็นแรงบันดาลใจ หรือเป็นเพียงภาพแทนเชิงสัญลักษณ์บนฉลากเท่านั้น

blank

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ในทุก ๆ วงการบทบาทของผู้หญิงได้เปิดกว้างมากขึ้น เช่นเดียวกับในโลกของไวน์ที่ผู้หญิงหลายคนได้ก้าวขึ้นมามีอิทธิพลต่อไร่ไวน์ด้วยตัวเอง และได้ใช้วิสัยทัศน์ ความละเอียดอ่อน ความเด็ดขาด และความรู้ในการฝ่าฟันวิกฤต วางกฎเกณฑ์ใหม่ และสร้างมาตรฐานที่มั่นคงจนคนในวงการไวน์ต้องหันมามอง

เพื่อภาพการทำงานและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ในบทความนี้ผมเลยเลือกหยิบยกเรื่องราวของ 3 แบรนด์ไวน์ที่ทิศทางและความสำเร็จส่วนหนึ่งเคยถูกขับเคลื่อนด้วยฝีมือของผู้หญิง ควบคู่ไปกับการหยิบขวดปีวินเทจสำคัญที่เป็นเหมือนจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของแต่ละบ้านมาเล่าให้ฟังกัน ซึ่งเรื่องราวแรกเริ่มต้นขึ้นที่ชาโตระดับตำนานของฝั่งบอร์โด ฝรั่งเศสครับ

Château Mouton Rothschild

เรื่องราวของชาโตนี้คือหนึ่งในภาพที่ชัดเจนของบทบาทผู้หญิงในโลกของไวน์ครับ เพราะหลังจากที่ Baron Philippe de Rothschild ผู้เป็นพ่อและผู้นำคนสำคัญของ Château Mouton Rothschild (ชาโต มูตง รอธส์ไชลด์) ได้เสียชีวิตลงในปี 1988 บทบาทในการดูแลและกำหนดทิศทางของ Mouton ก็ถูกส่งต่อมายังลูกสาวเพียงคนเดียวของเขาอย่าง Baroness Philippine de Rothschild

Philippine ไม่ได้เข้ามาทำหน้าที่เพียงแค่ดูแลรักษามรดกของครอบครัวเอาไว้ แต่เธอก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำที่ช่วยพา Mouton Rothschild ปรับตัวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ โดยเฉพาะการสานต่อธรรมเนียมสำคัญอย่างการนำศิลปะร่วมสมัยมาผสานเข้ากับไวน์ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ที่ทำให้ Mouton แตกต่างจาก First Growth รายอื่นในหลาย ๆ แง่มุมครับ

Mouton Rothchild 1988

Château Mouton Rothschild 1988 ปีแห่งการเปลี่ยนผ่าน

วินเทจ 1988 เป็นเหมือนรอยต่อสำคัญของการเปลี่ยนผ่าน เพราะเป็นปีที่ Philippine เริ่มรับช่วงบทบาทผู้นำต่อจากพ่อของเธออย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ ฉลากของวินเทจนี้ยังได้รับการออกแบบโดย Keith Haring ศิลปินอเมริกันผู้มีลายเส้นกราฟิกที่สนุกและเป็นเอกลักษณ์ ไวน์ขวดนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงตัวแทนจากปีที่สำคัญของครอบครัว แต่ยังสะท้อนให้เห็นภาพของผู้หญิงที่สามารถรักษารากเหง้าเดิมเอาไว้ พร้อมกับเปิดพื้นที่ให้แบรนด์เดินหน้าต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง

Screaming Eagle

จุดเริ่มต้นของ Screaming Eagle มาจาก Jean Phillips อดีตนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ใน Napa Valley ผู้มองเห็นศักยภาพของผืนดินเล็ก ๆ ใน Oakville และค่อย ๆ ปลุกปั้นพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นหนึ่งในชื่อสำคัญของคัลท์ไวน์จากแคลิฟอร์เนีย

ในช่วงตั้งต้น Jean ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญหลายท่านในวงการไวน์ รวมถึง Richard Peterson ที่ปรึกษาคนสำคัญ ซึ่งต่อมาได้แนะนำลูกสาวของเขาอย่าง Heidi Peterson Barrett ให้รู้จักกับ Jean ก่อนที่ Heidi จะเข้ามารับหน้าที่เป็นไวน์เมคเกอร์ให้กับ Screaming Eagle ในช่วงวินเทจแรก ๆ ตั้งแต่ปี 1992

จากการทำงานร่วมกันของ Jean Phillips และ Heidi Barrett จึงมีส่วนสำคัญในการวางรากฐานให้ Screaming Eagle กลายเป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงอย่างมากเมื่อกล่าวถึงคัลท์ไวน์จาก Napa Valley และยังเป็นภาพสะท้อนบทบาทของผู้หญิงสองคนได้อย่างชัดเจน ทั้ง Jean ในฐานะผู้บุกเบิกที่มองเห็นอนาคตของผืนดิน และ Heidi ในฐานะนักทำไวน์ที่ช่วยถ่ายทอดศักยภาพนั้นออกมาเป็นไวน์ที่น่าจดจำ

Screaming Eagle

Screaming Eagle 2009 กับการส่งต่อตำนานสู่บทใหม่

ปี 2009 ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจของ Screaming Eagle เพราะเป็นช่วงปีที่ Jean Phillips ตัดสินใจขายกิจการเพื่อส่งต่อให้ผู้ดูแลกลุ่มใหม่เข้ามาบริหารงานอย่างเต็มตัว ไวน์ขวดนี้จึงไม่ได้บอกเล่าแค่เรื่องราวการบุกเบิกในอดีต แต่ยังบอกเล่าเรื่องความเด็ดเดี่ยวในการปล่อยมือจากสิ่งที่เธอสร้างมาได้ด้วยครับ

Catena Zapata

ข้ามมาที่ฝั่งโลกใหม่อย่างอาร์เจนตินากับ Catena Zapata เราจะเห็นภาพของผู้หญิงในโลกไวน์ที่ชัดเจนอีกหนึ่งครั้ง โดยเฉพาะกับ Laura Catena ทายาทรุ่นที่สี่ของตระกูล เธอไม่เพียงเข้ามารับช่วงต่อเพื่อรักษาชื่อเสียงเดิมของครอบครัวเอาไว้เท่านั้น แต่เธอยังเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันให้สายพันธุ์องุ่น Malbec และผืนดินบนพื้นที่สูงของ Mendoza ได้รับการยอมรับมากขึ้นในระดับสากล

สิ่งที่ทำให้การทำงานของ Laura โดดเด่นคือการนำพื้นฐานความรู้ในฐานะแพทย์และนักวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับการทำไวน์ โดยเธอมีบทบาทในการผลักดันการศึกษาเถาองุ่นเก่า ความหลากหลายของสายพันธุ์ Malbec และคาแรคเตอร์ของไร่องุ่นบนพื้นที่สูงใน Mendoza ผ่านการก่อตั้ง Catena Institute of Wineเพื่อทำหน้าที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างต้นองุ่น ผืนดิน และสภาพแวดล้อมอย่างเป็นระบบ

บทบาทของ Laura จึงไม่ใช่แค่การบริหารธุรกิจครอบครัว แต่ยังเป็นการปกป้องรากเหง้าด้วยความรู้และความตั้งใจจริง ในมุมมองนี้เองที่ทำให้ Catena Zapata เป็นภาพแทนของผู้หญิงที่ทำหน้าที่รักษามรดกของครอบครัว พร้อมกับแปลอดีตเหล่านั้นให้กลายเป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับอนาคตของไวน์อาร์เจนตินาครับ

Catena Zapata Malbec

Malbec Argentino 2022 มหากาพย์แห่งการสืบทอด

แนวคิดเรื่องการรักษารากเหง้าถูกถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นรูปธรรมผ่านฉลากของ Catena Zapata Malbec Argentino 2022 งานออกแบบชิ้นนี้เล่าเส้นทางการเดินทางของ Malbec ผ่านตัวละครหญิงเชิงสัญลักษณ์ 4 ท่าน ตั้งแต่ภาพแทนของรากฐานในฝรั่งเศส การพกพาความหวังข้ามมหาสมุทร วิกฤตโรคระบาดในยุโรป ไปจนถึงการเกิดใหม่บนผืนดินอาร์เจนตินา (ซึ่งทางทีมงานของของเราได้ทบทความลงลึกไว้แล้ว สามารถกดอ่านได้ที่นี่เลยครับ 😊)

Sreacimg Eagl, Mouton Rothchild, Catena Zapata for August stories

จากเรื่องราวของทั้งสามแบรนด์ไวน์นี้ จะเห็นได้ว่าภาพของผู้หญิงไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงการเป็นแรงบันดาลใจบนหน้าฉลากอีกต่อไป แต่พวกเธอคือผู้ริเริ่ม ผู้สืบทอด และผู้ปกป้องรากเหง้าที่ผลักดันให้แบรนด์ก้าวเดินต่อไปในบริบทใหม่ได้อย่างมั่นคง

สำหรับเทศกาลวันแม่ในเดือนสิงหาคมนี้ ผมหวังว่าเรื่องราวเหล่านี้จะช่วยให้ทุกคนได้สัมผัสถึงเบื้องหลังที่มีทั้งความแข็งแกร่งและความนุ่มนวลได้ชัดเจนขึ้นนะครับ และในวงการนี้ยังมีเรื่องราวของผู้หญิงเก่ง ๆ อยู่อีกมากมาย ซึ่งผมหวังว่าจะได้พาทุกท่านไปทำความรู้จักกับพวกเธอในโอกาสต่อ ๆ ไปครับ

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา การวิเคราะห์เชิงสุนทรียศาสตร์และวัฒนธรรมไวน์ รวมถึงการบันทึกข้อมูลเชิงบรรณาธิการเท่านั้น โดยไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการจัดจำหน่าย โฆษณา หรือเชิญชวนให้บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

อ่านอะไรต่อดี