เวลาที่ไวน์ราคาหลักหมื่นหรือแสนถูกหยิบมาคุยในวงสนทนา คำว่า Fine Wine มักจะถูกพูดขึ้นมาเพื่ออธิบายมูลค่าเหล่านั้นเสมอ จนหลายคนอาจเผลอคิดไปว่าไวน์ระดับนี้วัดกันแค่ที่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่ราคาคือสิ่งเดียวที่บอกความเป็นไฟน์ไวน์จริง ๆ หรือยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ไวน์ขวดหนึ่งก้าวขึ้นมาสู่สถานะนี้กันแน่
Fine Wine กับนิยามที่ไม่มีตายตัว
อันดับแรก Fine Wine เป็นคำที่คนในวงการใช้กล่าวถึงไวน์คุณภาพสูงที่ได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพและโดดเด่นในด้านใดด้านหนึ่งหรือในหลายด้าน โดยมักสะท้อนถึงความใส่ใจในกระบวนการผลิต มีมิติความซับซ้อน และสามารถถ่ายทอดบุคลิก แหล่งกำเนิด หรือรายละเอียดของไวน์ได้อย่างมีมิติ
แม้จะฟังดูเป็นคำที่มีความพิเศษ แต่สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจเพื่อให้มองภาพได้ตรงกันคือ ปัจจุบันยังไม่มีนิยามทางกฎหมายหรือมาตรฐานสากลที่กำหนดคำว่าไฟน์ไวน์เอาไว้อย่างตายตัว ทำให้การใช้คำนี้ไม่ได้มีข้อกำหนดเหมือนกับระบบ AOC/AOP ของฝรั่งเศสหรือ DOCG ของอิตาลี

ขอบเขตหรือนิยามของไฟน์ไวน์จึงขึ้นอยู่กับมุมมองและเกณฑ์ที่ผู้ผลิต นักวิจารณ์ ผู้ค้า นักดื่ม และนักสะสมแต่ละกลุ่มเลือกใช้เสียมากกว่า
และในมุมของ All the Wines We Want มองว่าไฟน์ไวน์คือไวน์ที่สร้างขึ้นจากความตั้งใจและความใส่ใจของผู้ผลิต โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพและรายละเอียดของการทำงานตั้งแต่ไร่องุ่นไปจนถึงการบรรจุขวด และไม่ได้ใช้ราคาหรือความเคลื่อนไหวในตลาดรอง (ตลาดประมูล) เป็นเกณฑ์ตัดสินหลัก
ปัจจัยในการเป็น Fine Wine
แม้จะยังไม่มีนิยามสากลที่แน่ชัด แต่เมื่อต้องอธิบายลักษณะที่มักพบในไฟน์ไวน์ เราสามารถพิจารณาได้จากปัจจัยต่อไปนี้
- ความใส่ใจในการผลิตและการแสดงออกของไวน์
ไฟน์ไวน์ส่วนใหญ่สามารถสะท้อนคุณภาพและรายละเอียดของการทำงาน ตั้งแต่การดูแลไร่องุ่นไปจนถึงกระบวนการผลิตขั้นสุดท้ายผ่านบุคลิกของตัวไวน์ได้
นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายทอดลักษณะของแหล่งกำเนิดหรือ Terroir รวมถึงความแตกต่างของสภาพอากาศในแต่ละวินเทจได้ (ขณะที่ไวน์แมสส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับความเข้าถึงง่ายและความสม่ำเสมอของสไตล์มากกว่า)
- ศักยภาพในการเก็บบ่ม
การเก็บบ่มจัดเป็นอีกหนึ่งในคุณสมบัติสำคัญที่มักพบในไฟน์ไวน์ โดยขวดที่มีศักยภาพในการบ่มไม่ได้หมายถึงสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานเท่านั้น แต่หมายถึงความสามารถของไวน์ในการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงด้านกลิ่น รส โครงสร้าง และเนื้อสัมผัสไปตามกาลเวลา
แต่ระยะเวลาที่ไวน์เข้าสู่ช่วงดื่มที่เหมาะสมจะแตกต่างกันตามสไตล์ ผู้ผลิต วินเทจ และสภาพการเก็บรักษา - ชื่อเสียงและการยอมรับในวงการ
ชื่อเสียงและผลงานที่ต่อเนื่องของผู้ผลิต การประเมินจากนักวิจารณ์ ตลอดจนการยอมรับจากนักดื่มและผู้เชี่ยวชาญ ล้วนมีส่วนสร้างการรับรู้ว่าไวน์หนึ่งขวดได้รับการยอมรับให้อยู่ในกลุ่มไฟน์ไวน์
อย่างไรก็ตามการยอมรับจัดเป็นปัจจุยที่ปัจเจกมาก ๆ เนื่องจากการยอมรับนี้เองก็ไม่ได้มีเกณฑ์กลางที่ตายตัว และยังขึ้นอยู่กับเกณฑ์และมุมมองของแต่ละกลุ่มในวงการด้วย - สภาพขวดและการเก็บรักษา
คุณภาพในการดื่มและมูลค่าอาจลดลงอย่างมาก หากไฟน์ไวน์ขวดนั้นได้รับการเก็บรักษาอย่างไม่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อนำไปซื้อขายต่อหรือประมูล สภาพการเก็บรักษาและประวัติที่มาของขวดที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้จึงมีความสำคัญอย่างมาก
คำนิยามอื่น ๆ ในไวน์ระดับสูงที่อาจพบ
เมื่อพูดถึงไวน์ระดับสูง นอกจากคำว่าไฟน์ไวน์แล้ว ยังมีคำศัพท์อื่น ๆ ที่มักปรากฏและใช้กล่าวถึงคุณลักษณะหรือสถานะบางด้านของไวน์ โดยคำเหล่านี้ไม่ใช่หมวดอย่างเป็นทางการ และไวน์บางขวดก็อาจอยู่ทับซ้อนกันระหว่างคำนิยามได้ ตัวอย่างเช่น
Icon Wine
มักใช้เรียกไวน์ที่ได้รับการยอมรับในฐานะผลงานสำคัญหรือภาพแทนของผู้ผลิต ภูมิภาค หรือประเทศ โดยหลายรายการอาจเป็นไวน์เรือธงของผู้ผลิตด้วย เช่น Penfolds Grange หรือ Opus One
Collectible Wine
ไวน์ที่ได้รับความสนใจในหมู่นักสะสม โดยมักมีองค์ประกอบทั้งคุณภาพ ศักยภาพในการบ่ม ชื่อเสียง ความหายาก และความต้องการในตลาด เช่น Château Lafite Rothschild หรือไวน์ Grand Cru จากเบอร์กันดีของผู้ผลิตและวินเทจที่ได้รับการยอมรับ
Cult Wine
กลุ่มไวน์ที่มีฐานผู้ติดตามเหนียวแน่น มักผลิตในปริมาณจำกัดและมีความต้องการสูงมากเมื่อเทียบกับปริมาณที่มีอยู่ เช่น Screaming Eagle หรือ Harlan Estate
ตัวอย่าง Fine Wine ที่เป็นที่รู้จัก
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ทีมงานขอหยิบยก 4 ผู้ผลิตที่เป็นตัวแทนของไฟน์ไวน์ในสไตล์ที่แตกต่างกันมาเล่าให้ฟังพอสังเขป
Château Margaux

ตัวแทนความคลาสสิกจากฝั่งบอร์โดซ์ ประเทศฝรั่งเศส ที่มีชื่อเสียงยาวนานหลายศตวรรษ และได้รับการจัดให้เป็น Premier Grand Cru Classé ในการจัดชั้นปี 1855 ไวน์ของที่นี่โดดเด่นในด้านความสง่างาม ความละเอียดซับซ้อน โครงสร้างที่สมดุล และศักยภาพในการเก็บบ่มได้หลายทศวรรษในวินเทจที่เหมาะสม
Domaine de la Romanée-Conti

หรือที่พวกเรารู้จักกันในชื่อ DRC หนึ่งในผู้ผลิตที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดของเบอร์กันดี โดยไวน์ของ DRC มักถูกกล่าวถึงในฐานะตัวอย่างสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะเฉพาะของแหล่งกำเนิด ด้วยการผลิตไวน์จากแปลง Grand Cru ที่มีพื้นที่และผลผลิตจำกัด จึงทำให้ไวน์หลายรายการของ Domaine กลายเป็นไวน์ที่มีมูลค่าและเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดสะสม
Masseto

ไวน์ระดับ Super Tuscan จากประเทศอิตาลี ซึ่งผลิตจากองุ่น Merlot ที่ปลูกในแปลงเฉพาะของ Bolgheri Masseto เป็นส่วนหนึ่งของกระแสไวน์ทัสคานีสมัยใหม่ที่เลือกแสดงศักยภาพของพื้นที่และองุ่นนานาชาตินอกกรอบไวน์ท้องถิ่นแบบดั้งเดิม โดยให้ความสำคัญกับลักษณะของพื้นที่ปลูกและความละเอียดของกระบวนการผลิต จนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในโลกของ ไฟน์ไวน์
Harlan Estate

ตัวแทนไฟน์ไวน์จากโลกใหม่อย่าง Napa Valley ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่ช่วยตอกย้ำว่า Napa Valley สามารถสร้างไวน์ระดับสูงที่มีคุณภาพ โครงสร้าง และศักยภาพในการบ่ม จนได้รับการยอมรับในระดับสากลและถูกกล่าวถึงเคียงข้างผู้ผลิตชั้นนำจากภูมิภาคดั้งเดิมของยุโรปได้

หากจะสรุปให้เข้าใจง่ายที่สุด ไฟน์ไวน์คือกลุ่มไวน์คุณภาพสูงที่สร้างขึ้นจากความตั้งใจและความใส่ใจของผู้ผลิต ซึ่งในหลายกรณีสามารถถ่ายทอดเอกลักษณ์ของแหล่งกำเนิดและลักษณะของวินเทจออกมาได้ ปัจจัยที่มีส่วนทำให้ไวน์ขวดหนึ่งได้รับการยอมรับในฐานะไฟน์ไวน์ได้แก่ มิติความซับซ้อน โครงสร้างที่สมดุล คุณภาพที่ได้รับการยอมรับ และในหลายกรณีคือศักยภาพในการเก็บบ่ม ซึ่งอาจทำให้กลิ่น รส และโครงสร้างพัฒนาไปตามเวลา
ในท้ายที่สุด คุณค่าของไฟน์ไวน์ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ตัวเลขบนป้ายราคาหรือคะแนนจากนักวิจารณ์ แต่ยังรวมถึงการได้เรียนรู้เรื่องราว ประวัติศาสตร์ และศิลปะการทำไวน์ที่ผู้ผลิตถ่ายทอดผ่านไวน์แต่ละขวด
